วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2555

แบบฝึกหัด โทรคมนาคมเพื่อการศึกษา


1. โทรคมนาคม หมายถึงอะไร และมีประโยชน์ทางการศึกษาอะไรบ้าง
โทรคมนาคม คือ การขยายขอบเขตของการสื่อสารให้มีผลในระยะไกล ในทางปฏิบัติแล้ว เรายอมรับว่าเมื่อมีการขยายขอบเขตดังกล่าวแล้ว อะไรบางอย่างอาจต้องมีการสูญเสียไป ดังนั้นคำว่า โทรคมนาคม นั้น จะรวมถึงรูปแบบทั้งหมดของการสื่อสารดั้งเดิม ที่มีการดัดแปลงหรือปรับปรุงให้สามารถสื่อสารได้ระยะไกล ซึ่งรวมถึง วิทยุ โทรเลข โทรทัศน์ โทรศัพท์ การสื่อสารข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ประโยชน์ทางการศึกษา สามารถส่งสารสนเทศในรูปแบบของตัวอักษร ภาพ เสียงโดยใช้กระบวนการที่หลากหลาย เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า หรือเคเบิลใยแก้วนำแสง ดาวเทียม เป็นต้น ไปยังผู้รับสารที่ต้องการเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาในรูปแบบต่าง ๆ

2. การใช้ Facebook เป็นโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาหรือไม่ ถ้าเป็นจงยกตัวอย่าง
ประโยชน์ของ Facebook
การใช้ facebook จัดเป็นโทรคมนาคมเพื่อการศึกษา เพราะ facebook สามารถเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ และเรื่องราวต่างๆ ได้ทั้งในรูปแบบของตัวอักษร รูปภาพ และวีดิโอ ทั้งนี้ยังสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากในปัจจุบัน ผู้คนทุกเพศทุกวัยนิยมใช้ facebook กันเป็นจำนวนมาก
ประโยชน์ของ facebook
1.Facebook ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารภายในกลุ่มเพราะสามารถสร้างกลุ่มพูดคุยกันได้ ทั้งนี้ยังสามารถตั้งเป็นกลุ่มปิดเพื่อการพูดคุยเฉพาะสมาชิก
2. Facebook ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพราะสามารถใช้ติดต่อกันได้ระหว่างบุคคล หรือกลุ่มบุคคล ที่อยู่ห่างไกลกัน
3. Facebook สามารถส่งสารสนเทศในรูปแบบต่างๆได้ทั้ง ตัวอักษร รูปภาพ และวีดิโอ
4. Facebook เป็นแหล่งนำเสนอข้อมูลที่มีผู้รับชมมาก สามารถใช้เป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆได้ เช่น ขอรับความช่วยเหลือด่วน
5.Facebook ทำให้บุคคลสามารถติดต่อสื่อสารกันได้หลายช่องทางทั้งการโพสต์ข้อความ รูปภาพ หรือวิดีโอบนกระดาน การแชท และการใช้วีดิโอคอล

3. นิสิตสามารถรับชมโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียมได้ด้วยวิธีทางใดบ้าง
ระบบ DSTV เป็นระบบโทรทัศน์ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียม ในย่านความถี่ KU-Band ที่เป็นระบบเดียวกับ ทรูวิชั่นส์ ซึ่งสามารถซื้อ ชุดรับสัญญาณดาวเทียม กับตัวแทนจำหน่ายของ ทรูวิชั่นส์ ได้ทั่วไป โดยไม่เสียค่าบริการรายเดือน โดยมีราคาประมาณชุดละ 12,000 บาท หรือหากมีเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม ที่สามารถรับย่าน KU-Band ได้ ก็สามารถรับชมได้ เพราะระบบออกอากาศของสถานีฯ มิได้มีการเข้ารหัสไว้ จึงไม่ต้องใช้ Smart Card ในการรับชมรายการ
ระบบ CATV เป็นระบบโทรทัศน์ผ่านสายเคเบิล ซี่งสามารถรับชมได้ ในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล แต่สามารถรับชมรายการได้เพียง 7 ช่อง และต้องเสียค่าบริการรายเดือน กับบริษัทเคเบิลทีวีที่ให้บริการ สามารถใช้ประโยชน์จากการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียม โดยวิธีการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในด้านเนื้อหาวิชา (Free-of-charge Web-based Information Content) ทั้งในระบบรายการถ่ายทอดสด (Live Broadcast) และระบบรายการตามคำสั่ง (On Demand) ทางเว็บไซต์ของ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

4. ประโยชน์ของโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียมมีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ประโยชน์ ของโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม คือ เป็นการศึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายในด้านเนื้อหาวิชา (Free-Of-Charge Web-Based Information Content) ทั้งในระบบรายการถ่ายทอดสด (Live Broadcast) และระบบรายการตามคำสั่ง (On Demand) ทางเว็บไซต์ของ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม และ สถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เป็นต้น

5. นิสิตรับชมรายการจาก
 http://www.youtube.com/watch?v=OvUsY7oTEQc และจงอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของสถานีโทรทัศน์ทางไกลผ่านดาวเทียม ไทยคม
สัญญาดาวเทียมไทยคมจากโรงเรียนวังไกลกังวล (หัวหิน) ประจวบคีรีขันธ์ ไปถึงทุกโรงเรียนทั่วประเทศเกิดขึ้นเพื่อสนองพระราชดำริ เพื่อการศึกษามีคุณภาพเท่าเทียมกันทั้งประเทศ และแก้ปัญหา ครูขาดแคลน เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2538 เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี นอกจากนี้ ครูโรงเรียนไกลกังวนได้ศึกษานอกสถานที่เพื่อถ่ายทอดเป็นความรู้ รายการและได้รับพระราชทานชื่อรายการว่า ศึกษาทัศน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงได้สอนเรื่องดินและฝนหลวงในรายการศึกษาทัศน์นี้

6. ให้นิสิต Post รูปภาพเกี่ยวกับโทรคมนาคมเพื่อการศึกษาลงใน Weblog


แบบฝึกหัด โทรคมนาคมเพื่อการศึกษา


1. สื่อมวลชนเพื่อการศึกษามีกี่ประเภทอะไรบ้าง
สื่อมวลชนจำแนกออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ คือ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่อระบบไฟฟ้า สื่อสองประเภทนี้สามารถนำมาใช้ในการศึกษาทั้งในระบบและนอกโรงเรียนได้ทั้งสิ้น สื่อแต่ละประเภทที่นำมาใช้ในการศึกษา ดังนี้
1. สิ่งพิมพ์
2. วิทยุ
3. โทรทัศน์และวีดิทัศน์
4. ภาพยนตร์
5. สื่อประสม
2. คุณค่าของสื่อมวลชนเพื่อการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
เปรียบเสมือนครู ที่ให้การศึกษาแก่ประชาชน ให้ทั้งความรู้ทางวิชาการใหม่ๆ  ซึ่งถือได้ว่ามีความเป็นจริงอย่างมากในสังคมปัจจุบัน เนื่องจากสื่อมวลชนต่างๆ ได้แสดงบทบาทหน้าที่ทางด้านการศึกษา

3. ให้นิสิตยกตัวอย่างสื่อมวลชนเพื่อการศึกษามา 1 รายการพร้อมอธิบายประโยชน์ของรายการนั้น



เป็นรายการที่ไปสอบถามข้อมูลกับบุคคลที่เป็นที่น่าจับตามอง เป็นที่สนใจ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ไปสอบถามได้เป็นอย่างดี

วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเข้าชมหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา


การให้บริการของสำนักหอสมุด
1.เป็นสมาชิกห้องสมุดการสมัครเป็นสมาชิกห้องสมุด ให้นิสิตนำบัตรประจำตัวนิสิตไปติดต่อเจ้าหน้าที่
ที่เคาน์เตอร์ชั้น ๒ เพื่อบันทึกข้อมูล

2. การใช้บัตรประจำตัวนิสิต
นิสิตจะต้องแสดงบัตรประจำตัวนิสิตของตนเองทุกครั้งที่ใช้บริการของสำนักหอสมุด
ในกรณีที่นิสิตทำบัตรประจำตัวนิสิตหาย ให้แจ้งสำนักหอสมุดทราบทันที หำกมีผู้นำบัตรดังกล่าว
ไปใช้ เจ้าของบัตรนั้นต้องรับผิดชอบ

3. การเข้าใช้บริการของสำนักหอสมุด
ให้นิสิตสแกนบัตรประจำตัวนิสิตของตนเองทุกครั้งที่เข้ำใช้บริการ

4. บริการตู้รับฝากของ
นิสิตที่เข้าใช้บริการห้องสมุดสามารถฝากสิ่งของไว้ในตู้รับฝากของก่อนเข้าใช้บริการ

5. บริการการยืม – คืนวัสดุห้องสมุด
สำนักหอสมุด ให้บริการยืม-คืนวัสดุห้องสมุดทางระบบคอมพิวเตอร์ การยืม-คืนวัสดุ
ห้องสมุดนิสิตจะต้องนำบัตรประจำตัวนิสิต พร้อมวัสดุห้องสมุดที่นำมายืมหรือนำมาคืน ยื่นให้
เจ้าหน้าที่ นิสิตสามารถยืมต่อด้วยตนเองได้ 1 ครั้ง

6. บริการรับคืนหนังสือที่ตู้รับคืนหนังสือ
สำนักหอสมุดจัดตู้รับคืนหนังสือ/ สื่อโสตทัศน์ ณ บริเวณใกล้ประตูทางเข้ำชั้น ๑ ทั้ง ๒ ด้ำน
ผู้ใช้บริการที่ต้องการคืนหนังสือ/ สื่อโสตทัศน์ สามารถคืนหนังสือ/ สื่อโสตทัศน์ที่ตู้รับคืน ฯ 

7. บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
เป็นบริการที่จัดขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้บริการได้รับสารสนเทศที่ต้องการจากสื่อสิ่งพิมพ์
สื่อโสตทัศน์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีบริการในสำนักหอสมุดและหน่วยงานอื่น ตลอดจนจาก
แหล่งสารสนเทศต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย 

8. บริการสืบค้นฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ให้บริการสารสนเทศสำหรับการศึกษาวิจัยซึ่งให้ข้อมูลที่เป็นบรรณานุกรมสำระสังเขป
หรือฉบับเต็ม (Full-text) ของหนังสือ บทความวารสาร วิทยานิพนธ์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ในรูปแบบ
ฐานข้อมูลออนไลน์ (Online database) วารสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-journal) หนังสืออิเล็กทรอนิกส์
(e-book) และฐานข้อมูลดิจิทัลของเอกสารทำงานวิชาการต่าง ๆ โดยสืบค้นผ่านเว็บไซต์ของ
สำนักหอสมุดทางเครือข่ำยอินเทอร์เน็ต

9. อบรมการสืบค้นสารสนเทศและการใช้ห้องสมุด
เป็นบริการที่แนะนำเทคนิควิธีการสืบค้นสารสนเทศแก่ผู้ใช้บริการ

10. ห้องศึกษาค้นคว้ากลุ่ม
ให้บริการห้องศึกษาค้นคว้าเป็นกลุ่มแก่นิสิตและสมาชิกของห้องสมุด
__________________________________________________________________

การให้บริการ
สำนักหอสมุด ให้บริการสารสนเทศประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีบริการต่างๆดังนี้
ชั้น 2
สมัครสมาชิกห้องสมุด
ยืม-คืน หนังสือและวิทยานิพนธ์
สืบค้นจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
หนังสือภาาาต่างประเทศ หนังสือ SET Corner
มุมต่อต้านการค้ามนุษย์ มุมคุณธรรม
ชั้น 3
หนังสือภาษาไทย นวนิยาย เรื่องสั้น หนังสือเด็ก
ถ่ายเอกสาร
ชั้น 4
วารสาร หนังสือพิมพ์ จดหมายข่าว
สืบค้นวารสารอิเล็กทรอนิกส์
ถ่ายเอกสาร
ชั้น 5
ยืมหนังสือ วิทยานิพนธ์
ฝึกอบรมและแนะนำการใช้ห้องสมุด
สืบค้นข้อมูลฐานอิเล็กทรอนิกส์
ตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
วิทยานิพนธ์ หนังสืออ้างอิง หนังสือหายาก
หนังสือราชกิจจานุเบกษา สารสนเทศภาคตะวันออก
จุลสาร กฤตภาค
ถ่ายเอกสาร
ชั้น 6
ยืม-คืน สื่ออิเล็กทรอนิกส์/สื่อโสตทัศน์
ชุดศึกษาเทปวีดีทัศน์ วีซีดี ซีดีรอม มัลติมีเดีย เทปเสียง และรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม/UBC
อินเตอร์เน็ต และ ห้องโฮมเธียเตอร์
ชั้น 7
หนังสือพระราชนิพนธ์ในสมเด้จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
หนังสือภาษาไทย พิมพ์ก่อน พ.ศ. 2526
หนังสือภาษาต่างประเทศ พิมพ์ก่อน ค.ศ. 1970









วันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ศึกษานอกสถานที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำบางแสน สถานบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวทิยาลัยบูรพา


จากที่ได้ไปดูและศึกษามา ทำให้เข้าใจการใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับสัตว์น้ำ มีการจำลองหุ่น มีป้ายนิเทศ มีตู้อันตรทัศน์ และข้อมูลอื่นๆที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคือการจำแนกพันธุ์สัตว์น้ำที่มีในสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา เช่น ชนิดของพันธุ์ปลาวาฬ ชนิดของปลาเศรษฐกิจ ชนิดของหอย ชนิดของเต่า หรือการใช้ชีวิตของสัตว์น้ำ เพื่อให้ข้อมูลอยากให้ผู้อ่านทุกท่านได้เข้าไปชมดูสักครั้งนึง




รูปจากการทัศนศึกษา



วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 4 แบบฝึกหัดระหว่างเรียน


1. การเสริมแรง (Reinforcement) หมายถึงอะไร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร
ตอบ - การเสริมแรง หมายถึง การทำให้ผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพึงพอใจ เมื่อทำพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งแล้ว เพื่อให้ทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ อีก เช่น เมื่อนักเรียนตอบคำถามถูกต้อง ครูให้รางวัล (นักเรียนพอใจ) นักเรียนจะตอบคำถามอีกหากครูถามคำถามครั้งต่อ ๆ ไป  การทำให้ผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพึงพอใจทำได้โดยให้ตัวเสริมแรง (Reinforcer) เมื่อทำพฤติกรรมแล้ว ตัวเสริมแรงมี 2 ประเภท คือ ตัวเสริมแรงบวก หมายถึงสิ่งเร้า เหตุการณ์ คำพูด ฯลฯ ที่ผู้ทำพฤติกรรมพอใจที่จะได้รับกับ ตัวเสริมแรงลบ หมายถึงสิ่งเร้า เหตุการณ์ คำพูด ฯลฯ ที่เมื่อนำออกไปแล้วผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพอใจ  การเสริมแรงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การเสริมแรงบวก คือ การให้ตัวเสริมแรงบวก เมื่อทำพฤติกรรมที่กำหนด (ต้องการ) แล้ว เช่น ทำงานเสร็จแล้วได้รับค่าจ้าง ทำงานเป็นพฤติกรรมที่กำหนด เงินค่าจ้างเป็นตัวเสริมแรงบวก
 2. การเสริแรงลบ คือ การให้ตัวเสริมแรงลบ เมื่อทำพฤติกรรมที่กำหนด (ต้องการ) แล้ว เช่น เมื่ออยู่ในห้องที่อบอ้าวเราจะเปิดหน้าต่าง เปิดหน้าต่างเป็นพฤติกรรมที่กำหนด หายอบอ้าวเป็นตัวเสริมแรงลบ หรือนักเรียนที่ตอบคำถามครูถูกจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำรายงานมาส่ง เป็นต้น
 การเสริมแรงทำได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
 1. เสริมแรงต่อเนื่อง คือเสริมแรงทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมถูกต้อง เหมาะสมกับการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่
 2. เสริมแรงเป็นบางครั้ง เหมาะสำหรับการรักษาพฤติกรรมที่เรียนรู้แล้วไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการเสริมทุกครั้ง แบ่งเป็น

     2.1 เสริมแรงทุกช่วงเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน เช่น ทำงานครบ1 เดือน ได้รับ เงินเดือน 1 ครั้ง
     2.2 เสริมแรงตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ทำงานเสร็จ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไร ก็จะได้รับเงินค่าจ้าง
     2.3 เสริมแรงตามสัดส่วนที่กำหนดไว้แน่นอน เช่น ตอบ คำถามถูก 3 ครั้ง ได้ คะแนน 10 คะแนน
     2.4 เสริมแรงตามสัดส่วนที่เปลี่ยนแปรไป เช่น การได้รับเลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น กำหนดไม่ได้ว่าต้องทำงานให้สำเร็จกี่ครั้งจึงจะได้เงินเดือน  2  ขั้นครั้งหนึ่ง
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น การถาม-ตอบคำถาม



2. ทฤษฎีทางจิตวิทยาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร
ตอบ – เทคโนโลยีการศึกษา คือ การนำเอาเทคนิค วิธีการและวัสดุอุปกรณ์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ การพัฒนา การนำไปใช้ การจัดการและการประเมินการเรียนการสอน เพื่อแก้ไขปัญหาและทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การผลิตสื่อ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน, เว็บการสอน, E – Learning การจัดรูปแบบการเรียนการสอน การสร้างเทคนิคการสอน เป็นต้น และทฤษฎีทางจิตวิทยาได้เอามาใช้ในเทคโนโลยีการศึกษาคือ
1. การผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะใช้ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม (Behavioral Learning Theory)
2. การผลิตสื่อเว็บการสอนจะใช้ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitive Learning Theory) ใช้ในการการออกแบบและพัฒนาบทเรียนโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบ ของ Jero Brooner เพื่อให้ผู้เรียนจะต้อง ศึกษาและค้นคว้าด้วยตนเอง จะต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน ผู้เรียนร่วม ผู้สนใจ และบุคคลอื่นๆ ในระบบได้ทั่วโลก
3. การจัดรูปแบบการเรียนการสอนจะใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม มาใช้ในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้ทฤษฎีของ เลวิน (Lawin) ทฤษฎีสนาม มาใช้โดยการให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม ได้เรียนรู้กับเพื่อนๆในกลุ่ม เป็นการเรียนแบบร่วมมือเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน สามารถสรุปใจความสำคัญของทฤษฎีสนามเพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมกลุ่ม

3. มีการกล่าวถึงความหมายของ  สื่อการสอนประเภท  วัสดุ  ว่าเป็น  สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลือง  ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
ตอบ – สื่อการสอนที่เป็นประเภทวัสดุ บางสิ่งก็จำเป็นต่อการใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น แต่วัสดุบางชนิดอาจไม่จำเป็นสิ่งทำให้เกิดเป็นขยะขึ้นมา เพื่อลดปัญหาอาจมาใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนแทนสิ่งที่เป็นวัสดุมากขึ้น หรือจำเป็นต้องใช้วัสดุจริงๆ ก็ควรใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

4. กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale  แบ่งสื่อการสอนโดยยึดหลักอะไร / สรุปสาระสำคัญ

ตอบ – ยึดจากหลักการจัดลำดับการเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม

5. สื่อการสอนตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน แบ่งได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ – มี  ประเภท
1. สื่อที่ไม่ต้องฉาย  (non  projected  material)
2. สื่อที่ต้องฉาย  (projected  material)
3. สื่อที่เกี่ยวกับเสียง  (Audio material)

6. สื่อการสอนที่แบ่งตามแนวคิดของเทคโนโลยีการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ   1.  วัสดุ  -  สื่อที่ผลิตขึ้น  เช่น  รูปภาพ  แผนภูมิ
2.  อุปกรณ์  -  เครื่องมืออุปกรณ์  สำเร็จรูป  ทั้งที่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง  เช่น  หุ่นจำลอง  และสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุ  เช่น  วีดิทัศน์  สไลด์
                3.  วิธีการ  -  กิจกรรม  เกม  ศูนย์การเรียน  ทัศนศึกษา  สถานการณ์จำลอง  แหล่งความรู้ชุมชน

7. วัสดุกราฟิกหมายถึงอะไร
ตอบ – วัสดุใดๆ ซึ่งแสดงความจริง แสดงความคิดอย่างชัดเจน โดยใช้ภาพวาด ภาพเขียน ภาพถ่าย และอักษรข้อความรวมกัน

8. ตู้อันตรทัศน์ มีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ – เป็นวัสดุสามมิติที่จาลองเหตุการณ์ สถานที่ สภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด เพื่อนามาเสนอในห้องเรียนหรือในสถานที่ต่างๆ ตู้อันตรทัศน์จะช่วยกระตุ้น เร้าความสนใจในการเรียนการสอน

9. หลักการใช้สื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติต้องทำอย่างไร
ตอบ   1.เตรียมตัวครูและสถานที่ ทดลองใช้วัสดุสามมิติก่อนนาไปใช้จริงเตรียมการแก้ปัญหาอันอาจ
เกิดขึ้นในการใช้จริง
2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการใช้หรือสัมผัส ของจริงของตัวอย่างหรือหุ่นจาลองด้วยตนเอง
3.ผู้เรียนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและทั่วถึง
4.ควรใช้ร่วมกับสื่อการเรียนการสอนชนิดอื่นๆที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
               5. การนาเสนอสื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติ อาจกระทาได้

10. ให้นิสิตหาภาพตัวอย่างวัสดุกราฟิก แต่ละประเภท
ตอบ –    แผนสิถิติ

               แผนภาพ

               แผนภูมิ

               การ์ตูน

               ภาพโฆณษา

               แผนที่และลูกโลก


11. วัสดุกราฟิกมีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างไร
ตอบ – เป็นสื่อการสอนที่สื่อถึงเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้เส้น ภาพวาด ภาพถ่าย และสัญลักษณ์ ที่ใกล้เคียงความเป็นจริง แทนคาพูดซึ่งอาจ อยู่ในรูปแบบของแผนที่ แผนภาพ ภาพโฆษณา ภาพถ่าย การ์ตูน และแผนสถิติ เป็นต้น






วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 3 ประเภทของสื่อเทคโนโลยีการศึกษา การสื่อสารและทฤษฎีการสื่อสาร

1. ประเภทของสื่อเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติได้กี่ประเภทอะไรบ้าง
- ตอบ 4 ประเภท 
            1. สื่อโสตทัศน์
            2. สื่อมวลชล
            3. สื่ออิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม รวมคอมพิวเตอร์
            4. สื่อที่เป็นแหล่งวิทยาการ เช่น หอสมุด ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น

2. ประเภทของสื่อเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามลักษณะทั่วไปได้กี่ประเภท อะไรบ้าง จงหาภาพมาประกอบ
- ตอบ 3 ประเภท
            1. สื่อประเภทใช้เครื่องฉาย

            2. สื่อประเภทไม่ใช้เครื่องฉาย

            3. สื่อประเภทเครื่องเสียง

3. ประเภทของเทคโนโลยีการศึกษาที่แบ่งตามประสบการณ์ เป็นของนักศึกษาท่านใด และมีการจัดประสบการณ์จากนามธรรมไปสู่รูปธรรมโดยเริ่มจากต้นจากประสบการณ์ใดไปประสบการณ์ใดจงอธิบาย
- ตอบ 1. ประสบการณ์ตรง ซึ่งเป็นขั้นที่เป็นรูปธรรมมากที่สุด เพราะผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากของจริง สถานที่จริง
            2. ประสบการณ์รอง ผู้เรียนเรียนจากสิ่งที่ใกล้เคียงกับความจริงที่สุด
            3. ประสบการณืนาฏกรรมหรือการแสดง เป็นการแสดงบทบาทสมมติ หรือการแสดงละคร
            4. การสาธิต เป็นการแสดงหรือกระทำประกอบคำอธิบาย
            5. การศึกษานอกสถานที่ ให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ภายนอกที่เรียน
            6. นิทรรศการ เป็นการจัดแสดงสิ่งของต่างๆ การจัดป้ายนิเทศ
            7. โทรทัศน์ ใช้ส่งได้ทั้งระบบวงจรเปิดหรือวงจรปิด การสอนจะเป็นการสอนสดหรือบันทึกลงวีดีทัศน์
            8. ภาพยนตร์ เป็นภาพที่บันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ลงบนฟิล์ม
            9. การบันทึกเสียง วิทยุ ภาพนิ่ง เป็นการฟังหรือดูภาพโดยไม่ต้องอ่าน
          10. ทัศสัญลักษณ์ เช่น แผนภูมิ แผนที่ แผนสถิติ
          11. วนจนสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นขั้นนามธรรมที่สุด ได้แก่ ตัวหนังสือ เสียงพูด

4. การสื่อสารหมายถึงอะไร
- ตอบ เป็นกระบวนการถ่ายทอด แลกเปลี่ยนเรื่องราวความต้องการ ความคิดเห็น ความรู้สึก ระหว่างผู้ส่ง-ผู้รับ ผ่านสื่อช่องทางระบบเพื่อการติดต่อรับส่งข้อมูลซึ่งกันและกัน

5. สื่อและเทคโนโลยีการศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารในองค์ประกอบใด จงอธิบาย
- ตอบ  1. ผู้ส่งสาร (Source) คือ ผู้ทำหน้าที่ส่งข้อมูล
             2. สาร (Message) คือ เรื่องราวอันมีความหมายและแสดงออกมาโดยอาศัยภาษา หรือสัญลักษณ์ใดๆ ก็ตามที่สามารถทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกันได้
             3. สื่อหรือช่องทาง (Media or Channel) คือ วิธีการหรือช่องทาง
             4. ผู้รับ (Receiver) คือ คนหรือบุคคลที่รับข้อมูล
             5. ผล (Effect) คือ ผลการส่งข้อมูลเพื่อให้เข้าใจ
             6. ผลย้อนกลับ (Feedback) คือ การตอบสนอง

6. จงเขียนแบบจำลองของการสื่อสารของเดวิดเบอร์โล มาพอเข้าใจ
- ตอบ 1. ผู้ส่งสาร ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถเข้ารหัสเนื้อหาข่าวสาว ได้มีความรู้อย่างดีในข้อมูลที่จะส่งและสามารถปรับระดับของเนื้อหาข่าวสารให้เหมาะสมและสอดคล้องกับผู้รับสาร
            2. ข่าวสาร คือเนื้อหา สัญลักษณ์ และวิธีการส่ง
            3. ช่องทางการสื่อสาร ในที่นี้หมายถึงช่องทางที่ผู้รับสามารถรับสารได้ด้วยประสาทสัมผัส ทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น และการสัมผัส
            4. ผู้รับสาร ต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการถอดรหัสสารที่รับมาได้อย่างถูกต้อง

7. อุปสรรคของการสื่อสารมีอะไรบ้าง
- ตอบ 1. คำพูด (Verbalisn)
            2. ฝันกลางวัน (Day Dreaming)
            3. ข้ออ้างถึงที่ขัดแย้ง (Referent Confusion)
            4. การรับรู้ที่จำกัด (Limited Percrption)
            5. สภาพแวดล้อมทางกายภาพไม่เอื้ออำนวย (Physical Discomfort)
            6. การไม่ยอมรับ (Inperception)

8. บทเรียน e-Learning เป็นส่วนใดขององค์ประกอบของการสื่อสาร
- ตอบ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ สื่อระหว่างบุคคล คือผู้เรียนกับผู้สอน ผู้ส่งสาร สาร สื่อหรือช่องทาง และผู้รับ

9. ครูบอยกำลังสอนเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเรื่อง Grammar ด้วยวีดีทัศน์กับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จากข้อความดังกล่าวให้นิสิตเขียนแบบจำลองการสื่อสารของเดวิดเบอร์โล
- ตอบ 1. ผู้ส่ง คือ ครูบอย
            2. ข้อมูลข่าวสาร คือ เนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษเรื่อง Grammar
            3. สื่อหรือช่่องทาง คือ วีดีทัศน์ผ่านการมองเห็นและได้ยิน
            4. ผู้รับ คือ ทักษะในการสื่อสาร ทัศนคติ ความรู้ ระดับสังคมและวัฒนธรรม

10. การปฐมนิเทศนิสิตใหม่ ณ หอประชุมธำรงบัวศรี เป็นการสื่อสารประเภทใด
- ตอบ 1. สื่อประเภทใช้เครื่องฉาย
            2. สื่อประเภทไม่ใช้เครื่องฉาย
            3. สื่อประเภทเสียง




วันพุธที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 2 ความหมายของนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษา


นวัตกรรม
        นวัตกรรม   หมายถึง ความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น  เมื่อนำ  นวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม ทั้งยังช่วย ประหยัดเวลาและแรงงานได้ด้วย 

        นวัตกรรม (Innovation) มีรากศัพท์มาจาก innovare ในภาษาลาติน แปลว่า ทำสิ่งใหม่ขึ้นมา ความหมายของนวัตกรรมในเชิงเศรษฐศาสตร์คือ การนำแนวความคิดใหม่หรือการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือก็คือ ?การทำในสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ (Change) ที่เกิดขึ้นรอบตัวเราให้กลายมาเป็นโอกาส (Opportunity) และถ่ายทอดไปสู่แนวความคิดใหม่ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม? แนวความคิดนี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยจะเห็นได้จากแนวคิดของนักเศรษฐอุตสาหกรรม เช่น ผลงานของ Joseph Schumpeter ใน The Theory of Economic Development,1934 โดยจะเน้นไปที่การสร้างสรรค์ การวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อันจะนำไปสู่การได้มาซึ่ง นวัตกรรมทางเทคโนโลยี (Technological Innovation) เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์เป็นหลัก นวัตกรรมยังหมายถึงความสามารถในการเรียนรู้และนำไปปฎิบัติให้เกิดผลได้จริงอีกด้วย (พันธุ์อาจ ชัยรัตน์)

          คำว่า นวัตกรรม เป็นคำที่ค่อนข้างจะใหม่ในวงการศึกษาของไทย คำนี้ เป็นศัพท์บัญญัติของคณะกรรมการพิจารณาศัพท์วิชาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ มาจากภาษาอังกฤษว่า Innovation มาจากคำกริยาว่า innovate แปลว่า ทำใหม่ เปลี่ยนแปลงให้เกิดสิ่งใหม่ ในภาษาไทยเดิมใช้คำว่า นวกรรม ต่อมาพบว่าคำนี้มีความหมายคลาดเคลื่อน จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่า นวัตกรรม (อ่านว่า นะ วัด ตะ กำ) หมายถึงการนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากวิธีการที่ทำอยู่เดิม เพื่อให้ใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น ดังนั้นไม่ว่าวงการหรือกิจการใด ๆ ก็ตาม เมื่อมีการนำเอาความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เข้ามาใช้เพื่อปรับปรุงงานให้ดีขึ้นกว่าเดิมก็เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม ของวงการนั้น ๆ เช่นในวงการศึกษานำเอามาใช้ ก็เรียกว่า นวัตกรรมการศึกษา (Educational Innovation) สำหรับผู้ที่กระทำ หรือนำความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ มาใช้นี้ เรียกว่าเป็น นวัตกร (Innovator)

          ทอมัส ฮิวช์ (Thomas Hughes) ได้ให้ความหมายของ นวัตกรรม ว่า เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว เริ่มตั้งแต่การคิดค้น (Invention) การพัฒนา (Development) ซึ่งอาจจะเป็นไปในรูปของ โครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project) แล้วจึงนำไปปฏิบัติจริง ซึ่งมีความแตกต่างไปจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา

          มอร์ตัน (Morton,J.A.) ให้ความหมาย นวัตกรรม ว่าเป็นการทำให้ใหม่ขึ้นอีกครั้ง(Renewal) ซึ่งหมายถึง การปรับปรุงสิ่งเก่าและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ตลอดจนหน่วยงาน หรือองค์การนั้น ๆ นวัตกรรม ไม่ใช่การขจัดหรือล้มล้างสิ่งเก่าให้หมดไป แต่เป็นการ ปรับปรุงเสริมแต่งและพัฒนา

          ไชยยศ เรืองสุวรรณ (2521 : 14) ได้ให้ความหมาย นวัตกรรม ไว้ว่าหมายถึง วิธีการปฎิบัติใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิมโดยอาจจะได้มาจากการคิดค้นพบวิธีการใหม่ๆ ขึ้นมาหรือมีการปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสมและสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้รับการทดลอง พัฒนาจนเป็นที่เชื่อถือได้แล้วว่าได้ผลดีในทางปฎิบัติ ทำให้ระบบก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น

          จรูญ วงศ์สายัณห์ (2520 : 37) ได้กล่าวถึงความหมายของ นวัตกรรม ไว้ว่า ?แม้ในภาษาอังกฤษเอง ความหมายก็ต่างกันเป็น 2 ระดับ โดยทั่วไป นวัตกรรม หมายถึง ความพยายามใด ๆ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ มากน้อยเพียงใดก็ตามที่เป็นไปเพื่อจะนำสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการที่ทำอยู่เดิมแล้ว กับอีกระดับหนึ่งซึ่งวงการวิทยาศาสตร์แห่งพฤติกรรม ได้พยายามศึกษาถึงที่มา ลักษณะ กรรมวิธี และผลกระทบที่มีอยู่ต่อกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง คำว่า นวัตกรรม มักจะหมายถึง สิ่งที่ได้นำความเปลี่ยนแปลงใหม่เข้ามาใช้ได้ผลสำเร็จและแผ่กว้างออกไป จนกลายเป็นการปฏิบัติอย่างธรรมดาสามัญ (บุญเกื้อ ควรหาเวช , 2543)

นวัตกรรม แบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ
         ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น (Innovation) หรือเป็นการปรุงแต่งของเก่าให้เหมาะสมกับกาลสมัย 
         ระยะที่ 2 พัฒนาการ (Development) มีการทดลองในแหล่งทดลองจัดทำอยู่ในลักษณะของโครงการทดลองปฏิบัติก่อน (Pilot Project)
         ระยะที่ 3 การนำเอาไปปฏิบัติในสถานการณ์ทั่วไป ซึ่งจัดว่าเป็นนวัตกรรมขั้นสมบูรณ์






เทคโนโลยีการศึกษา
จากแนวคิดต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า “ เทคโนโลยี ” หมายถึงการนำ แนวคิด หลักการ เทคนิค วิธีการกระบวนการตลอดจนผลิตผล
ทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในระบบงานต่างๆ เพื่อปรับปรุง ระบบงานนั้นๆ ให้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า ในปัจจุบันในวงการต่างๆ เช่น เกษตร แพทย์ อุตสาหกรรม ธุรกิจ ทหาร ต่างก็นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาขาวิชาชีพของตนอย่างเต็มที่ อันจะเอื้ออำนวยในด้าน ต่างๆ ดังนี้
        1.ด้านประสิทธิภาพ (Efficiency) เทคโนโลยีจะช่วยให้การทำงานนั้นสามารถบรรลุผล ตามเป้าหมายได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
        2.ด้านประสิทธิผล (Effectiveness) เทคโนโลยีจะช่วยให้การงานนั้นได้ผลผลิตออกมาอย่างเต็มที่
        3.ด้านประหยัด (Economy) จะช่วยประหยัดเวลา ทรัพยากร และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันจะเป็นผลทำให้ราคาของผลิตผลนั้นราคาถูกลง
        4.ด้านปลอดภัย (Safety) เป็นระบบการทำงานที่อำนวยให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น
ในปัจจุบัน ได้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาด้านต่างๆ ในหลายวงการ เช่น ถ้านำมาใช้ในวงการทหาร เรียกว่า เทคโนโลยีการทหาร นำมาใช้ในการพัฒนางานการผลิตเครื่องมือและวิธีการต่างๆในทางการแพทย์ เรียกว่า เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การผ่าตัดด้วยแสงเลเซอร์ เครื่องมือการเกษตรเช่น การสร้างเครื่องมือสำหรับเกี่ยวข้าว ไถนา หรือ นวดข้าว สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ประหยัดทั้งแรงงานและค่าใช้จ่าย ถ้าเป็นการนำมา
ใช้ในงานด้านธุรกิจ ได้แก่ การนำคอมพิวเตอร์มาช่วยจัดระบบงานต่างๆ เช่น การเบิกจ่ายเงินธุรกิจธนาคาร อาทิ การฝากถอนเงินด้วยบัตร ATM หรือการโอนเงินด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตลอดจน ระบบการผลิตสินค้าในโรงงาน ฯลฯ จากประโยชน์นานัปการที่ได้รับจากเทคโนโลยีที่มีต่อการพัฒนาด้านต่างๆดังกล่าวข้างต้น เช่นเดียวกันทางด้านการศึกษาได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เรียกว่า เทคโนโลยีการศึกษา (EducationalTechnology ) ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้การดำเนินการจัดการศึกษาซึ่งเป็นหลักที่สำคัญในการพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของเทคโนโลยีการศึกษา 
        คณะกรรมการกำหนดศัพท์และความหมายของสมาคมเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาของ สหรัฐอเมริกา ( AECT, 1979 ) อธิบายว่า “ เทคโนโลยีการศึกษา ” ( Educational Technology ) เป็นกระบวนการที่มีการบูรณาการอย่างซับซ้อน เกี่ยวกับบุคคล กรรมวิธี แนวคิด เครื่องมือ และองค์กร เพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ปัญหา สร้าง ประยุกต์ใช้ ประเมินผล และจัดการแก้ปัญหาต่างๆ ดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของมนุษย์ในทุกลักษณะ อาจกล่าวได้ว่า “ เทคโนโลยีการศึกษา ” และขั้นตอนการแก้ปัญหาต่างๆ รวมถึงแหล่งการเรียนรู้ที่ได้มีการออกแบบ เลือก และนำมาใช้เพื่อใช้ เพื่อมุ่งสู่จุดมุ่งหมาย คือ การเรียนรู้ นั่นเอง

เทคโนโลยีการศึกษา หรือเทคโนโลยีการสอน (Instructional Technology)
        หมายถึงทฤษฎี และการปฏิบัติเกี่ยวกับ การออกแบบ การพัฒนา การใช้ การจัดการ และการประเมิน ของกระบวนการและแหล่งการเรียน สำหรับการเรียนรู้ (Seels, 1994)  จากความหมายดังกล่าว จะเห็นได้ว่า แหล่งการเรียน อาจจำแนกได้เป็น สาร (Message) คน (People) วัสดุ (Materials) เครื่องมือ (Devices) เทคนิควิธีการ (Techniques and Setting) กระบวนการในการวิเคราะห์ปัญหา และการสร้าง หรือผลิต การนำไปใช้ ( Implemen ting) ตลอดจนการประเมินการแก้ปัญหานั้น จะกล่าวไว้ในส่วนของการพัฒนาการวิจัยเชิงทฤษฎีการออกแบบ การผลิต การประเมินผล (Evaluation Section) ตรรกศาสตร์ (Logistics)
การใช้และการเผยแพร่ ส่วนในเรื่องของ กระบวนการของการอำนวยการหรือการจัดการส่วนหนึ่งจะกล่าวไว้ในเรื่องของการบริหารจัดการองค์กรบุคคล ความสัมพันธ์ของส่วนประกอบดังกล่าวแสดงไว้ในโมเดลของขอบข่ายของเทคโนโลยีการศึกษาที่จะกล่าวต่อไป

จากความหมายของสมาคมเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษาของสหรัฐอเมริกา ดังกล่าวข้างต้น
ได้มีการขยายแนวคิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีการศึกษาเพราะการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากการ
เปลี่ยนกระบวนทัศน์จากพื้นฐานทาง ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม ( Behaviorism )
มาสู่ พุทธิปัญญานิยม (Cognitivism) และ คอนสตรัคติวิสต์ (Constructivism)
กอปรทั้งความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีสารสนเทศและ
การสื่อสาร จึงได้มีการปรับเปลี่ยนความหมายของเทคโนโลยีการศึกษาให้เหมาะสมกับสภาพ
ความเปลี่ยนแปลง ดังนี้
ความหมาย “ นวัตกรรมทางการศึกษา ” จากความหมายของ “นวัตกรรมทางการศึกษา” ที่มีผู้ให้นิยามไว้สามารถสรุปได้ว่า “นวัตกรรมการศึกษา ” คือการนำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งอาจจะเป็นความคิดหรือการกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ขึ้น โดยอาศัยหลักการทฤษฎี ที่ได้ผ่านการทดลองวิจัยจนเชื่อถือได้ เข้ามาใช้ในการศึกษา เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพของการเรียนการสอน
ลักษณะเด่นที่จัดว่าเป็นนวัตกรรมการศึกษา
1. จะต้องเป็นสิ่งใหม่ทั้งหมด หรือบางส่วนอาจใช้เป็นของเก่าที่ใช้ในอดีตแล้วนำมาปรับปรุง
ใหม่ให้ดียิ่งขึ้น
2. มีการ ศึกษา ทดลอง โดยอาศัยหลักการ ทฤษฎี มาใช้อย่างเป็นระบบ
3. มีการพิสูจน์ด้วยการทดลองหรือวิจัย
4. ยังไม่เป็นส่วนหนึ่งของระบบงานในปัจจุบัน หากว่าสิ่งใหม่นั้นได้มีการเผยแพร่จนกลายเป็น
สิ่งที่ยอมรับกันโดยทั่วไป แล้วจะกลายเป็นเทคโนโลยี