วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 4 แบบฝึกหัดระหว่างเรียน


1. การเสริมแรง (Reinforcement) หมายถึงอะไร สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในงานเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร
ตอบ - การเสริมแรง หมายถึง การทำให้ผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพึงพอใจ เมื่อทำพฤติกรรมใดพฤติกรรมหนึ่งแล้ว เพื่อให้ทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ อีก เช่น เมื่อนักเรียนตอบคำถามถูกต้อง ครูให้รางวัล (นักเรียนพอใจ) นักเรียนจะตอบคำถามอีกหากครูถามคำถามครั้งต่อ ๆ ไป  การทำให้ผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพึงพอใจทำได้โดยให้ตัวเสริมแรง (Reinforcer) เมื่อทำพฤติกรรมแล้ว ตัวเสริมแรงมี 2 ประเภท คือ ตัวเสริมแรงบวก หมายถึงสิ่งเร้า เหตุการณ์ คำพูด ฯลฯ ที่ผู้ทำพฤติกรรมพอใจที่จะได้รับกับ ตัวเสริมแรงลบ หมายถึงสิ่งเร้า เหตุการณ์ คำพูด ฯลฯ ที่เมื่อนำออกไปแล้วผู้ทำพฤติกรรมเกิดความพอใจ  การเสริมแรงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
1. การเสริมแรงบวก คือ การให้ตัวเสริมแรงบวก เมื่อทำพฤติกรรมที่กำหนด (ต้องการ) แล้ว เช่น ทำงานเสร็จแล้วได้รับค่าจ้าง ทำงานเป็นพฤติกรรมที่กำหนด เงินค่าจ้างเป็นตัวเสริมแรงบวก
 2. การเสริแรงลบ คือ การให้ตัวเสริมแรงลบ เมื่อทำพฤติกรรมที่กำหนด (ต้องการ) แล้ว เช่น เมื่ออยู่ในห้องที่อบอ้าวเราจะเปิดหน้าต่าง เปิดหน้าต่างเป็นพฤติกรรมที่กำหนด หายอบอ้าวเป็นตัวเสริมแรงลบ หรือนักเรียนที่ตอบคำถามครูถูกจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำรายงานมาส่ง เป็นต้น
 การเสริมแรงทำได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
 1. เสริมแรงต่อเนื่อง คือเสริมแรงทุกครั้งที่ทำพฤติกรรมถูกต้อง เหมาะสมกับการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่
 2. เสริมแรงเป็นบางครั้ง เหมาะสำหรับการรักษาพฤติกรรมที่เรียนรู้แล้วไว้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการเสริมทุกครั้ง แบ่งเป็น

     2.1 เสริมแรงทุกช่วงเวลาที่กำหนดไว้แน่นอน เช่น ทำงานครบ1 เดือน ได้รับ เงินเดือน 1 ครั้ง
     2.2 เสริมแรงตามช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ทำงานเสร็จ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไร ก็จะได้รับเงินค่าจ้าง
     2.3 เสริมแรงตามสัดส่วนที่กำหนดไว้แน่นอน เช่น ตอบ คำถามถูก 3 ครั้ง ได้ คะแนน 10 คะแนน
     2.4 เสริมแรงตามสัดส่วนที่เปลี่ยนแปรไป เช่น การได้รับเลื่อนขั้นเงินเดือน 2 ขั้น กำหนดไม่ได้ว่าต้องทำงานให้สำเร็จกี่ครั้งจึงจะได้เงินเดือน  2  ขั้นครั้งหนึ่ง
สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ เช่น การถาม-ตอบคำถาม



2. ทฤษฎีทางจิตวิทยาสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีการศึกษาได้อย่างไร
ตอบ – เทคโนโลยีการศึกษา คือ การนำเอาเทคนิค วิธีการและวัสดุอุปกรณ์มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบ การพัฒนา การนำไปใช้ การจัดการและการประเมินการเรียนการสอน เพื่อแก้ไขปัญหาและทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การผลิตสื่อ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน, เว็บการสอน, E – Learning การจัดรูปแบบการเรียนการสอน การสร้างเทคนิคการสอน เป็นต้น และทฤษฎีทางจิตวิทยาได้เอามาใช้ในเทคโนโลยีการศึกษาคือ
1. การผลิตสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนจะใช้ทฤษฎีการเรียนรู้พฤติกรรมนิยม (Behavioral Learning Theory)
2. การผลิตสื่อเว็บการสอนจะใช้ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่มปัญญานิยม (Cognitive Learning Theory) ใช้ในการการออกแบบและพัฒนาบทเรียนโดยใช้ทฤษฎีการเรียนรู้โดยการค้นพบ ของ Jero Brooner เพื่อให้ผู้เรียนจะต้อง ศึกษาและค้นคว้าด้วยตนเอง จะต้องสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้สอน ผู้เรียนร่วม ผู้สนใจ และบุคคลอื่นๆ ในระบบได้ทั่วโลก
3. การจัดรูปแบบการเรียนการสอนจะใช้ทฤษฎีทางจิตวิทยากลุ่มมนุษยนิยม มาใช้ในการจัดรูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้ทฤษฎีของ เลวิน (Lawin) ทฤษฎีสนาม มาใช้โดยการให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมกลุ่ม ได้เรียนรู้กับเพื่อนๆในกลุ่ม เป็นการเรียนแบบร่วมมือเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน สามารถสรุปใจความสำคัญของทฤษฎีสนามเพื่อนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมกลุ่ม

3. มีการกล่าวถึงความหมายของ  สื่อการสอนประเภท  วัสดุ  ว่าเป็น  สิ่งหรือวัสดุสิ้นเปลือง  ท่านมีความเห็นว่าอย่างไร
ตอบ – สื่อการสอนที่เป็นประเภทวัสดุ บางสิ่งก็จำเป็นต่อการใช้ในการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนได้รับผลประโยชน์จากสิ่งนั้น แต่วัสดุบางชนิดอาจไม่จำเป็นสิ่งทำให้เกิดเป็นขยะขึ้นมา เพื่อลดปัญหาอาจมาใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอนแทนสิ่งที่เป็นวัสดุมากขึ้น หรือจำเป็นต้องใช้วัสดุจริงๆ ก็ควรใช้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด

4. กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale  แบ่งสื่อการสอนโดยยึดหลักอะไร / สรุปสาระสำคัญ

ตอบ – ยึดจากหลักการจัดลำดับการเรียนรู้จากรูปธรรมไปสู่นามธรรม

5. สื่อการสอนตามลักษณะภายนอกและคุณสมบัติของสื่อการสอน แบ่งได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
ตอบ – มี  ประเภท
1. สื่อที่ไม่ต้องฉาย  (non  projected  material)
2. สื่อที่ต้องฉาย  (projected  material)
3. สื่อที่เกี่ยวกับเสียง  (Audio material)

6. สื่อการสอนที่แบ่งตามแนวคิดของเทคโนโลยีการศึกษามีอะไรบ้าง จงอธิบาย
ตอบ   1.  วัสดุ  -  สื่อที่ผลิตขึ้น  เช่น  รูปภาพ  แผนภูมิ
2.  อุปกรณ์  -  เครื่องมืออุปกรณ์  สำเร็จรูป  ทั้งที่สามารถใช้ได้ด้วยตนเอง  เช่น  หุ่นจำลอง  และสื่อที่ต้องใช้ร่วมกับวัสดุ  เช่น  วีดิทัศน์  สไลด์
                3.  วิธีการ  -  กิจกรรม  เกม  ศูนย์การเรียน  ทัศนศึกษา  สถานการณ์จำลอง  แหล่งความรู้ชุมชน

7. วัสดุกราฟิกหมายถึงอะไร
ตอบ – วัสดุใดๆ ซึ่งแสดงความจริง แสดงความคิดอย่างชัดเจน โดยใช้ภาพวาด ภาพเขียน ภาพถ่าย และอักษรข้อความรวมกัน

8. ตู้อันตรทัศน์ มีลักษณะเป็นอย่างไร
ตอบ – เป็นวัสดุสามมิติที่จาลองเหตุการณ์ สถานที่ สภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด เพื่อนามาเสนอในห้องเรียนหรือในสถานที่ต่างๆ ตู้อันตรทัศน์จะช่วยกระตุ้น เร้าความสนใจในการเรียนการสอน

9. หลักการใช้สื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติต้องทำอย่างไร
ตอบ   1.เตรียมตัวครูและสถานที่ ทดลองใช้วัสดุสามมิติก่อนนาไปใช้จริงเตรียมการแก้ปัญหาอันอาจ
เกิดขึ้นในการใช้จริง
2.เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการใช้หรือสัมผัส ของจริงของตัวอย่างหรือหุ่นจาลองด้วยตนเอง
3.ผู้เรียนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนและทั่วถึง
4.ควรใช้ร่วมกับสื่อการเรียนการสอนชนิดอื่นๆที่ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น
               5. การนาเสนอสื่อการสอนประเภทวัสดุสามมิติ อาจกระทาได้

10. ให้นิสิตหาภาพตัวอย่างวัสดุกราฟิก แต่ละประเภท
ตอบ –    แผนสิถิติ

               แผนภาพ

               แผนภูมิ

               การ์ตูน

               ภาพโฆณษา

               แผนที่และลูกโลก


11. วัสดุกราฟิกมีความสำคัญต่อการศึกษาอย่างไร
ตอบ – เป็นสื่อการสอนที่สื่อถึงเรื่องราวต่าง ๆ โดยใช้เส้น ภาพวาด ภาพถ่าย และสัญลักษณ์ ที่ใกล้เคียงความเป็นจริง แทนคาพูดซึ่งอาจ อยู่ในรูปแบบของแผนที่ แผนภาพ ภาพโฆษณา ภาพถ่าย การ์ตูน และแผนสถิติ เป็นต้น






ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น